“ในศตวรรษที่ 21 ประเทศที่เข้มแข็งที่สุด ไม่ใช่ประเทศที่มีกำลังทหารเท่านั้น แต่คือประเทศที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ประเทศที่สามารถมองเห็นความเปราะบางของประชาชนก่อนเกิดวิกฤต และยื่นมือเข้าไปช่วยได้ทันเวลา”

เปิดแนวคิด Human Security 2.0 ปรับบทบาท พม. ยุคใหม่ เน้นป้องกันก่อนเกิดวิกฤต ดันสวัสดิการสังคม-ที่อยู่อาศัย ไม่ใช่การรอช่วยเมื่อประชาชนตกอยู่ในวิกฤต แต่คือการสร้างภูมิคุ้มกัน ค้นหาความเสี่ยง และป้องกันไม่ให้ประชาชนตกสู่วิกฤตตั้งแต่ต้นทาง ด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และความร่วมมือของทุกภาคส่วน

 

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Human Security 2.0 : นิยามใหม่ของความมั่นคงของมนุษย์ ท่ามกลางความท้าทายทางการเมืองและสิ่งแวดล้อมโลก” สำหรับคณะผู้บริหาร อาจารย์ และนิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ว่า ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าความมั่นคงของประเทศ คือการมีทหาร มีอาวุธ มีชายแดนที่ปลอดภัย แต่ทุกวันนี้ประเทศอาจจะไม่ถูกโจมตีทางกายภาพ แต่ประชาชนอาจอยู่ในสภาวะยากจน ไม่มีบ้าน ประสบปัญหาฝุ่นควัน น้ำท่วม น้ำแล้ง วิกฤติการดูแล โรคระบาด หรือแม้แต่การถูกหลอกออนไลน์ ทำให้ความมั่นคงของประเทศไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงด้านการทหาร แต่รวมไปถึงความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งไม่ใช่แค่ให้คนอยู่รอด แต่รวมไปถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาแนวคิดใหม่ คือ Human Security 2.0 เพื่อทบทวนและปรับปรงนิยามความมั่นคงของมนุษย์ให้สอดคล้องกับบริบทโลกในปัจจุบันที่เผชิญกับวิกฤตการณ์ที่ทับซ้อนกัน

 

นอกจากนี้ โลกปัจจุบันเรามิได้เผชิญแค่ภัยคุกคามอย่างเดิม แต่มีภัยคุกคามใหม่ๆ อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, โรคระบาด และผลกระทบจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมักเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน และส่งผลกระทบเกี่ยวเนื่องกันเป็นลูกโซ่ และทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ทำให้เราต้องปรับตัวตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคาม และเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้เปราะบางให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งมุ่งเน้นการดึงภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมและการทำงานแบบพหุภาคีในการแก้ไขปัญหาสังคมไปด้วยกัน และมุ่งเน้นสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนสามารถยืนหยัดและฟื้นตัวได้ด้วยตัวเอง

 

นายนิกร กล่าวว่า ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ Human Security 2.0  กระทรวง พม. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจและนโยบายที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญด้านสวัสดิการสังคม และด้านที่อยู่อาศัย โดย  1) ด้านสวัสดิการสังคม กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบายการดูแลคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งขณะนี้ ประเทศไทยมีคนไร้บ้านประมาณ 2,499 คน โดยกว่า 50.86% หรือ 1,271 คนอาศัยอยู่ใน กทม. และแนวโน้มในอนาคตที่ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากวิกฤตค่าครองชีพ อาจทำให้เกิด “คนไร้บ้านหน้าใหม่ (New Homeless)” เพิ่มขึ้น โดยสาเหตุหลักของการกลายเป็นคนไร้บ้าน อาทิ การตกงานหรือไม่มีงานทำ ร้อยละ 44.72 และปัญหาครอบครัว ร้อยละ 35.18 สะท้อนว่าปัญหาคนไร้บ้านเป็นผลจากความเปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคมที่ทับซ้อนกันหลายมิติ อีกทั้งมีการขับเคลื่อนนโยบายคุ้มครองและพัฒนาคณภาพชีวิตของคนไร้ที่พึ่ง คนเร่ร่อน และผู้ทำการขอทาน มุ่งให้ความช่วยเหลือทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว ผ่านการให้ที่พักอาศัยชั่วคราวในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง , การจัดหาปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต , การให้บริการสังคมสงเคราะห์ , การฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ , การฝึกอาชีพ และการจัดหางาน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้คนไร้ที่พึ่งกลับไปใช้ชีวิตในสิ่งแวดล้อมแบบครอบครัว ลดความโดดเดี่ยว และสร้างความอบอุ่นในสังคม

 

นายนิกร กล่าวว่า และ 2) ด้านที่อยู่อาศัย กระทรวง พม. เชื่อในสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในการมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและเหมาะสม เพราะบ้านไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่สิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นพื้นที่ปลอดภัย และเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพ การศึกษา อาชีพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบายด้านที่อยู่อาศัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านหลายโครงการสำคัญ ได้แก่ 1. โครงการบ้านเอื้ออาทร ของ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) มุ่งช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม พร้อมสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน และ 2. โครงการบ้านมั่นคง ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. มุ่งแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนแออัดและชุมชนที่ไม่มีความมั่นคงด้านสิทธิในที่ดิน ซึ่งปัจจุบัน ต่อยอดนโยบายด้านที่อยู่อาศัยผ่าน “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ภายใต้แนวคิด Housing for All มุ่งสร้างโอภาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม โดยในปี 2569 ตั้งเป้าหมายในการพัฒนากว่า 20,000 หน่วย รองรับทั้งการซื้อและการเช่า รวมถึงการสร้างชุมชนต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน (Smart Sustainable Community) หรือ SSC ด้วยความเข้มแข็งใน 4 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคมและชุมชน สิ่งเวดล้อม และสุขภาวะ เพื่อให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน

 

นายนิกร กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวง พม. กำลังปรับบทบาทการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเเนวคิด Human Security 2.0 ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันและความสามารถในการรับมือของประชาชน โดยกระทรวง พม. ได้ดำเนินงานทั้งเชิงรุกและเชิงรับควบคู่กัน คือ 1) เชิงรุก มีการค้นหาและคัดกรองกลุ่มเปราะบางผ่านฐานข้อมูล ด้วยการใช้ระบบ พม. Smart เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและติดตามการช่วยเหลือ , ESS Help Me และ พม. CARE เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการแจ้งเหตุและบริการของรัฐได้อย่างรวดเร็ว และ 2) เชิงรับ มีการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาหรือเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างทันท่วงที ซึ่งทั้งหมด เป็นการดำเนินงานภายใต้แนวคิด Social Protection หรือระบบการคุ้มครองทางสังคม ที่บูรณาการทั้งการให้เงินอุดหนุน การจัดบริการสังคม การเชื่อมโยงสิทธิประกันสังคม การคุ้มครองแรงงาน และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ลดความเสี่ยง และมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน นับเป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเข้าสู่วิกฤตตั้งแต่ต้นทาง

 

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กระทรวง พม. ต้องอาศัยความความร่วมมือจากหลายหน่วยงานร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่โอบรับคนทุกกลุ่ม เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไทยไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ซึ่งกระทรวง พม. ไม่มีกลไกระดับหมู่บ้านที่เพียงพอ จำเป็นต้องพึ่งพาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพราะเป็นแนวหน้าที่ใกล้ชิดประชาชนและสามารถเข้าถึงปัญหาได้รวดเร็วที่สุด เช่นเดียวกันกับนิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่นับว่าเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม เพราะนิสิตจะก้าวเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นในระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศในอนาคต ด้วยความรู้ความสามารถของนิสิตจะกลายเป็นส่วนสำคัญในการผลักดัน Human Security ให้กับสังคมไทย ทั้งนี้ ความมั่นคงของมนุษย์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ที่เข้าใจปัญหาของประชาชน สามารถทำงานร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่ายอย่างบูรณาการ เพื่อป้องกัน แก้ไข และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #มหาสารคาม #มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

Related Posts

PAT