กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ชูเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เชื่อมคนสองวัย เปิดโครงการ “สูงวัยหัวใจยังเวิร์ค ซีซั่น 4” สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “สูงวัยหัวใจยังเวิร์ค” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยในปีนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นหัวใจหลักในการส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ เพื่อให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีที่ไม่อาจปฏิเสธได้ วัตถุประสงค์หลักคือการรณรงค์ให้กลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มยุทธศาสตร์สำคัญของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สามารถเข้าถึงและสร้างสรรค์สื่อดี ๆ ได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนมุมมองของสังคมที่เคยเห็นว่าผู้สูงอายุเป็นภาระ ให้กลายเป็น “โอกาส” และ “พลัง” ในการขับเคลื่อนสังคมอย่างมีคุณภาพ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุมากกว่า 14 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีศักยภาพ มีความรู้ และประสบการณ์ที่พร้อมจะเริ่มต้นสิ่งใหม่ได้เสมอแม้ในวัยหลังเกษียณ

ดร.ธนกร ศรีสุขใส กล่าวถึง เหตุผลสำคัญที่โครงการในปีนี้เลือกนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาเกี่ยวข้องว่า นวัตกรรมดังกล่าวได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จึงต้องการเตรียมความพร้อมให้ผู้สูงอายุเดินเข้าหาเทคโนโลยีอย่างเข้าใจ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “เราต้องเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อประโยชน์ของสังคม ไม่ใช่ตกเป็นเครื่องมือของเทคโนโลยีเสียเอง” โดยหลักสูตรในปีนี้จะเน้นการสอนให้ผู้สูงอายุใช้งานในระดับพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์เนื้อหา และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้รู้เท่าทัน เนื่องจากปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้สร้างเนื้อหาปลอมเพื่อหลอกลวงประชาชนอย่างแนบเนียน โครงการจึงมุ่งหวังให้วิกฤตนี้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้สูงอายุไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในโลกออนไลน์

สำหรับการสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลนั้น กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ยังคงเน้นย้ำถึง “คาถาต่อมเอ๊ะ” ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการดึงสติและคิดวิเคราะห์ก่อนจะเชื่อหรือแชร์ข้อมูลใด ๆ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอหรือเสียงที่สร้างจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ซึ่งมีความสมจริงมาก ผู้ร่วมโครงการจะได้รับการฝึกฝนให้รู้จักการสืบค้นแหล่งที่มาหรือร่องรอยทางดิจิทัล (Digital Footprint) เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งทักษะเหล่านี้จะช่วยให้ผู้สูงอายุรอดพ้นจากภัยออนไลน์ เช่น การซื้อสินค้าไม่ตรงปกหรือการถูกหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ โดยผลสำเร็จจาก 3 รุ่นที่ผ่านมาพบว่าผู้สูงอายุหลายท่านสามารถยกระดับตนเองขึ้นมาเป็นวิทยากร เป็นผู้สอน หรือสร้างช่องทางการสื่อสารของตนเองจนมีผู้ติดตามจำนวนมาก และสามารถทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยไม่ต้องใช้ถ้อยคำไม่สุภาพหรือสร้างกระแสในทางที่ผิด

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ยังได้เน้นย้ำถึงเสน่ห์ที่สำคัญของโครงการ “สูงวัยหัวใจยังเวิร์ค” ว่าคือการเป็นพื้นที่เชื่อมโยงคนสองวัยเข้าด้วยกัน โดยมีการคัดเลือกกลุ่มเด็กและเยาวชนเข้ามาทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” คอยดูแลและสอนเทคนิคการใช้สมาร์ตโฟนและเทคโนโลยีให้กับผู้สูงอายุ ในขณะที่ผู้สูงอายุจะถ่ายทอด “วิชาชีวิต” และประสบการณ์ที่สั่งสมมาให้กับคนรุ่นใหม่ กระบวนการแลกเปลี่ยนนี้ช่วยทลายกำแพงและลดช่องว่างระหว่างวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คนต่างวัยเข้าใจทัศนคติของกันและกันมากขึ้น นำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ซึ่งในภาวะที่อัตราการเกิดต่ำและวัยแรงงานลดลง ศักยภาพของผู้สูงอายุที่เข้ามาสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจด้วยความเต็มใจและสนุกสนานจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศต่อไปในระดับนโยบายชาติ

ทั้งนี้ โครงการ “สูงวัยหัวใจยังเวิร์ค” ซีซั่น 4 เปิดรับสมัครผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ที่มีใจรักในการสร้างสรรค์สื่อที่สร้างสรรค์และต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมสื่อปลอดภัย โดยจะเริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม เป็นต้นไป และจะจัดการอบรมในรูปแบบออนไลน์เต็มรูปแบบตลอด 3 วันเต็มในช่วงเดือนสิงหาคม ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อมาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์สิ่งดีงามและส่งผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมไทยไปด้วยกัน

 

Related Posts

PAT