กางโรดแมป 3 ปี TDH Dental ผู้นำ ‘นวัตกรรมรอยยิ้ม’ จัดทัพธุรกิจรับเมกะเทรนด์ Longevity Beauty & Wellness เร่งขยายสาขาทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมสู่บริษัทมหาชน

TDH Dental เปิดเส้นทางความสำเร็จ 20 ปี กว่า 50,000 รอยยิ้มแห่งความไว้วางใจ ดันคลินิกทันตกรรมพรีเมียมก้าวสู่ผู้นำ Invisalign ในประเทศไทย ตลาดรวมทันตกรรมมีมูลค่าประมาณ 2-3 แสนล้านบาท วางโรดแมป 3 ปี ปักหมุดขยายธุรกิจ เปิดสาขาใหม่ เผยสูตรสำเร็จปั้นแบรนด์ที่ลูกค้ารัก ด้วยมาตรฐานการรักษาและการบริการระดับสากล สร้างการเติบโตผ่านพลังการบอกต่อ (Word-of-Mouth) จากความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ ผสานพลังจากคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ต่างๆมากมาย เตรียมเดินหน้าแผนการเติบโตที่ยั่งยืน รับเมกะเทรนด์ Longevity Beauty & Wellness นำองค์กรเข้าตลาดหลักทรัพย์ ยกระดับแบรนด์สู่คลินิกทันตกรรมพรีเมียมชั้นนำในไทย-เอเชีย

ในยุคที่ธุรกิจคลินิกทันตกรรมระดับพรีเมียมแข่งขันสูง TDH Dental ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำตลาดจัดฟันใส (Invisalign) จากความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 50,000 เคส ตอกย้ำด้วยมาตรฐานระดับสากล ล่าสุด ประกาศแผน 3 ปี เพื่อต่อยอดความสำเร็จด้วยแผนการเติบโตครั้งสำคัญ รุกขยายสาขาใหม่ ยกระดับแบรนด์สู่คลินิกทันตกรรมพรีเมียมชั้นนำของประเทศ พร้อมเตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตอย่างยั่งยืน

ทันตแพทย์เรืองยศ อ่อนสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ TDH Dental และ การยกระดับมาตรฐานบริการทันตกรรมของประเทศไทยว่า TDH Dental เติบโตอย่างต่อเนื่องบนเส้นทาง 20 ปี ภายใต้แนวคิด 20 Years of Trusted Smiles หรือ 20 ปีแห่งรอยยิ้มที่ได้รับความไว้วางใจ โดยได้พิสูจน์ตัวเองจากผู้บุกเบิกคลินิกทันตกรรมระดับพรีเมียมในย่านทองหล่อ สู่การเป็นผู้นำตลาดจัดฟันใส (Invisalign) โดยได้รับการยอมรับจากลูกค้าที่เข้ามาให้ดูแลรอยยิ้ม มากกว่า 50,000 เคส สะท้อนผ่านความสำเร็จจากมาตรฐาน ISO 9001:2015 ได้รับรางวัลการันตี Red Diamond Provider 2024 และรางวัล Blue Diamond Provider 2025 จาก Align Technology ภายในงาน 2026 Align Southeast Asia Forum ณ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากผู้เข้ารับบริการจำนวนมากที่ไว้วางใจให้ TDH Dental ดูแลรอยยิ้มด้วยเทคโนโลยีการจัดฟันใส Invisalign

ที่ผ่านมา TDH Dental สามารถเติบโตไปพร้อมกับตลาดทันตกรรมในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 2-3 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัว 13–15% ต่อปี ซึ่งถือเป็นเซกเมนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดกลุ่มหนึ่งในอุตสาหกรรม Medical & Wellness โดยเป็นผลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากทำฟันเพื่อการใช้งานเป็นความต้องการเน้นผลลัพธ์ความงามที่ยืนยาวควบคู่กับคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว (Wellness & Longevity)

โรดแมป 3 ปี รายได้แตะ 500 ล้านบาท เตรียมยกระดับสู่บริษัทมหาชน

ความสำเร็จของ TDH Dental ในช่วง 20 ที่ผ่านมา ทันตแพทย์เรืองยศ กล่าวว่า มาจากการรักษาจุดยืนความเป็นเลิศด้านบริการ นำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลมาช่วยประเมินและติดตามผลการรักษาแบบเรียลไทม์ และการร่วมมือกับพันธมิตร….เอเพล็กซ์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง รวมไปถึงการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) และกลุ่มผู้ชายที่หันมาใส่ใจเรื่องรอยยิ้มและบุคลิกภาพมากขึ้น ผ่านการทำตลาดแบบเจาะกลุ่มรายบุคคลมากยิ่งขึ้น3

ภายใต้แผนธุรกิจและการขยายการลงทุนในระยะเวลา 3 ปี มีทั้ง แผนการขยายสาขาใหม่ เฉลี่ยปีละ 3-4 สาขา ทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตบนทำเลที่มีศักยภาพ และห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียม เช่น สาขาเซ็นทรัล ดุสิต ปาร์ค สาขาทองหล่อ สาขาปุณณวิถี สาขาราชพฤกษ์ และ สาขาไอคอนสยาม เป็นต้น รวมทั้งการขยายเครือข่ายศูนย์ทันตกรรมไปยังหัวเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และเมืองท่องเที่ยว เพื่อรองรับอุปสงค์จากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ทันตแพทย์เรืองยศ กล่าวว่า TDH Dental มุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน ทั้งมิติการสร้างความยั่งยืนและการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีการวางโครงสร้างและระบบการบริหารจัดการองค์กรที่โปร่งใสตามหลักการ ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งสอดคล้องกับกรอบเวลา และเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนและระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 3 ปี โดยมีเป้าหมายนำเงินทุนมาสนับสนุนแผนการขยายสาขาและพัฒนาศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์สู่แบรนด์ทันตกรรมระดับภูมิภาคในอนาคตขเจาะลึกโมเดลธุรกิจ TDH Dental

โมเดลธุรกิจของ TDH Dental จากจุดเริ่มต้นคลินิกทันตกรรม จากนั้นยกระดับสู่การวางตำแหน่งเป็น Premium & Specialized Dental Clinic ที่โดดเด่นด้านการจัดฟันใส (Invisalign) มากกว่า 7,000 เคส พร้อมได้รับรางวัลการันตีต่างๆมากมาย และ สร้างรอยยิ้มแบบองค์รวม

คุณวิภาวดี อ่อนสอาด กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด กล่าวว่า โมเดลธุรกิจ ของ TDH Dental เน้นการมอบรอยยิ้มที่มั่นใจและสุขภาพช่องปากที่ดี ผ่าน ทีมทันตแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีระดับโลก ในบรรยากาศการรับบริการระดับพรีเมียม

หัวใจสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนใน 3 ปีที่ผ่านมา มาจากการรักษามาตรฐานการรักษาขั้นสูงสุดที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคได้มากที่สุดในด้านความแม่นยำ รวดเร็ว และเจ็บตัวน้อยที่สุด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยใน 4 มิติ คือ 1. Fully Digital Dentistry ที่เข้ามาพลิกโฉมจากทันตกรรมแบบดั้งเดิมสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ 2. เครื่องสแกนฟัน iTero Element 5D 3.การออกแบบรอยยิ้มด้วยเทคนิค Aesthetic Norms เพื่อคำนวณความสมดุลของสัดส่วนใบหน้าเฉพาะบุคคล และ 4. CBCT (3D CT Scan) เพื่อใช้วิเคราะห์โครงสร้างฟัน กระดูกขากรรไกร และสัดส่วนใบหน้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเทคโนโลยีทั้ง 4 มิตินี้ได้กลายเป็นมาตรฐานที่ลูกค้ากลุ่มพรีเมียมใช้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกคลินิก และเป็นคุณภาพด้านการให้บริการที่นำไปสู่การบอกต่อ (Word-of-Mouth) โดยเป็นการสื่อสารที่มีพลังอย่างมากในธุรกิจการแพทย์ คิดเป็นสัดส่วนการบอกต่อที่แบรนด์ทำได้สูงถึง 50-60%

“นอกจาก มาตรฐานการรักษาจากทีมทันตแพทย์แล้ว การได้ ทันตแพทย์หญิงภัคพร ภัทราพรนันท์ ที่มีประสบการณ์การทำงานที่เป็นมืออาชีพจากบริษัท Invisalign ประเทศไทย เข้ามาเสริมทีมบริหารในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ทำให้การขยายธุรกิจของ TDH Dental เดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แผนงาน 3 ปี”

ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของ TDH Dental โฟกัสกลุ่มลูกค้าระดับบน มีทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ ในวงการบันเทิง ศิลปิน นักแสดง และ นักธุรกิจ นอกจากนี้ยังเตรียมขยายการรับรู้แบรนด์ไปสู่กลุ่มใหม่เพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มเด็กและวัยรุ่น กลุ่มผู้สูงอายุยุคใหม่ที่รักสุขภาพ (Well-Aging) และกลุ่มคนทำงานออฟฟิศระดับกลาง-บน ที่สามารถใช้บริการผ่านสิทธิประโยชน์ร่วมกับองค์กรชั้นนำ

TDH Dental แบรนด์ที่ลูกค้ารัก ใช้บริการซ้ำ บอกต่อ

คุณวิภาวดี กล่าวว่า Experience-led Marketing เป็นกลยุทธ์การสร้างประสบการณ์และความความสัมพันธ์ระยะยาว เป็นการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งให้กับ TDH Dental เป็นอย่างมาก โดยเป็นการนำเสนอด้านความรู้สึกและเรื่องราว การมีส่วนร่วมของผู้บริโภค และสร้างความประทับใจผ่านทุกจุดสัมผัส ภายใต้บรรยากาศคลินิกในทุกสาขา ผ่านการให้บริการต้อนรับ และห้องรับรองในระดับ Premium

แนวทางการสร้างการรับรู้แบรนด์ และการรักษาฐานลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการซ้ำของ TDH Dental จะเน้นการสื่อสารคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้ง ในเชิงลึกที่เชื่อมโยงสุขภาพช่องปากเข้ากับ “สุขภาพองค์รวมและการชะลอวัย” (Longevity) เพื่อยกสถานะจากคลินิกจัดฟันทั่วไป สู่ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างใบหน้าและรอยยิ้มระดับพรีเมียม เช่น โปรแกรมดูแลป้องกัน ขูดหินปูน สปาช่องปาก และตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนคนไข้เฉพาะบุคคลเมื่อถึงกำหนดตรวจฟัน หรือเปลี่ยนชิ้นงานจัดฟัน พร้อมระบบสิทธิประโยชน์ การสร้างแคมเปญพิเศษสำหรับกลุ่มคนไข้ที่เป็นฐานลูกค้าเก่าให้ส่งต่อ สิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมให้ครอบครัวหรือเพื่อนสนิท เพื่อสร้างระบบการบอกต่อที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการจับมือกับสถาบันความงาม โรงแรม 5 ดาว หรือแบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียม เพื่อทำแคมเปญส่งเสริมภาพลักษณ์

“ลูกค้าจะรับรู้ได้ถึงความแตกต่างไปจากบริการทำฟัน เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการมอบประสบการณ์ระดับลักชัวรี เช่น จองคิวผ่านระบบดิจิทัล ทำให้สะดวกสบายและรวดเร็วในการใช้บริการ ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยทีมแพทย์ผ่าน Tele-dentistry ไปจนถึงระบบบันทึกข้อมูลคนไข้แบบเชื่อมโยงกันทุกสาขา และเตรียมนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ในการให้บริการผ่านสมาร์ทโฟน ในอีก 3 ปีข้างหน้า”

ถอดรหัสความสำเร็จ ‘รามอินทรา’ ต้นแบบสาขาคลินิกทันตกรรมยุคใหม่

คุณวิภาวดี กล่าวว่า TDH Dental สาขารามอินทรา พัฒนาให้เป็นต้นแบบของคลินิกทันตกรรมยุคใหม่ ทำเลกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพสูงที่มีหมู่บ้านระดับหรูและกำลังซื้อหนาแน่น

จุดเด่นคือ การนำบริการระดับ 5 ดาวจากสาขาต้นแบบ (ทองหล่อ) มาไว้ที่รามอินทรา มีระบบนัดหมายที่แม่นยำ ไม่ต้องรอนาน และการต้อนรับที่เป็นส่วนตัว พร้อมทั้งยกระดับเป็น “ศูนย์รวมแพทย์เฉพาะทาง” ทุกสาขา ทำให้คนไข้ในพื้นที่ไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองชั้นในเพื่อรับการรักษาที่ซับซ้อน โดยติดตั้งเครื่องสแกน 3 มิติ เครื่องเอกซเรย์ดิจิทัล และระบบวางแผนการรักษาด้วยคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบตั้งแต่เปิดบริการ เพื่อสร้างบรรยากาศการมาทำฟันให้รู้สึกเหมือนการมา สปาหรือพักผ่อนกลิ่นอโรมาบำบัด เพื่อลดความเครียดของลูกค้า

ส่อง เมกะเทรนด์ Longevity จาก ‘รักษา’ สู่ ‘บิวตี้ แอนด์ เวลเนส’

เปิดผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคด้านทันตกรรม และ ข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรมทันตกรรม โดย คุณวิภาวดี กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปจาก “การรักษา” สู่มองหาบริการที่ตอบโจทย์ด้าน “ความงามและสุขภาวะองค์รวม” ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น นั่นคือ ลองจิวิตี้ บิวตี้ แอนด์ เวลเนส (Longevity Beauty & Wellness) เพราะผู้บริโภคไม่ได้มองการทำฟันเป็นเพียงการรักษาโรค แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี และสร้างการยอมรับในสังคม ขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาสนับสนุนให้กลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เดินทางเข้ามาใช้บริการ (Dental Tourism) ขยายตัวอย่างในประเทศไทยในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

“ผู้บริโภคไม่ได้เดินทางไปหาหมอฟันเมื่อมีอาการปวดอีกต่อไป แต่มาเพื่อเพิ่มความมั่นใจ เสริมบุคลิกภาพ เช่น การทำวีเนียร์ รากฟันเทียม การจัดฟันใสแบบปรับโครงหน้าด้วยเทคนิค Aesthetic Norms และมองว่าสุขภาพช่องปากส่งผลต่ออายุที่ยืนยาว”

โดยผู้บริโภคในกลุ่มระดับพรีเมียม เซกเมนต์ ตัดสินใจเลือกคลินิกจาก ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และการรีวิวจากผู้ใช้จริง สูงถึง 50-60% โดยเฉพาะกลุ่มคนดัง ดารา และอินฟลูเอนเซอร์ มีผลอย่างมากต่อการสื่อสารถึงความเชื่อมั่นในผลลัพธ์ภายหลังจากการเข้ารับบริการ

ทั้งนี้ ในอีก 3 ปีข้างหน้า พฤติกรรมผู้บริโภคจะมีความซับซ้อนมากขึ้น พร้อมความคาดหวังการวางแผนการรักษาที่ออกแบบมาเพื่อ “เฉพาะบุคคล” เท่านั้น รวมทั้งความต้องการที่จะเห็นผลลัพธ์ล่วงหน้าผ่านภาพจำลอง AI ก่อนเริ่มทำการรักษาจริง

“ผู้บริโภคยุคใหม่มีเวลาน้อยลง การรักษาที่เคยต้องมาหลายครั้งจะถูกบีบให้จบเร็วขึ้น เช่น รากฟันเทียมแบบเสร็จในวันเดียว หรือการจัดฟันใสที่ลดจำนวนครั้งในการเข้าคลินิกแต่ยังคงประสิทธิภาพสูง โดยที่ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายของลูกค้าต่างชาติที่จะเดินทางมาใช้บริการหัตถการความงามระดับสูงมากขึ้น ควบคู่ไปกับกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการรักษาฟันแท้ให้ยาวนานที่สุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี” คุณวิภาวดี กล่าว

เจาะแนวคิดบริหารคนเก่ง ทีมแกร่ง

ทันตแพทย์หญิงภัคพร ภัทราพรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด กล่าวว่า แผนการดูแลรักษา และพัฒนาทีมทันตแพทย์ รวมถึงบุคลากร เพื่อรองรับการเติบโตสำหรับ TDH Dental ในอนาคต โดยเน้นการจัดทำโปรแกรมฝึกอบรมภายใน การทำความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีทันตกรรมระดับโลก เพื่ออัปเดตเทคนิคการรักษาใหม่ๆ ให้ทีมทันตแพทย์ การสร้างระบบการส่งต่อคนไข้ระหว่างทันตแพทย์เฉพาะทางแต่ละสาขา เช่น หมอจัดฟัน ทำงานร่วมกับหมอวีเนียร์ และหมอโรคเหงือก เป็นต้น เพื่อการรักษาแบบองค์รวม

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทีมสนับสนุน ได้แก่ส่วนงานเคาน์เตอร์ ผู้ช่วยทันตแพทย์ Coordinator ให้มีทักษะการสื่อสารขั้นสูง เพื่อให้บริการและนำเสนอคำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าที่สอบถาม ขณะเดียวกันก็พร้อมวางแผนเส้นทางเติบโตในสายงานสำหรับบุคลากร พร้อมระบบผลตอบแทนที่สะท้อนถึงคุณภาพการรักษาและความพึงพอใจของคนไข้

ปัจจุบัน TDH Dental มีที่เปิดให้บริการใน 12 สาขาทั้งในไทยและลาว เช่น ราชพฤกษ์ รามอินทรา และล่าสุดกำลังจะเปิดที่กรุงเทพกรีฑา ซึ่งการขยายสาขาต้องรักษามาตรฐานเดียวกัน ทั้งด้านบริการทางการแพทย์และ Service Mindset ผ่านระบบ Cloud-based Clinic Management และการเปลี่ยนผ่านจากการรักษาแบบรายครั้งเป็นการดูแลตลอดชีวิต ผ่านโปรแกรมการตรวจเช็คและดูแลต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ทะลุ 450 ล้านบาท หรือเกือบแตะ 500 ล้านบาท จากปี 2568 มีรายได้ 321.9 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนลูกค้าคนไทย 70% และชาวต่างชาติ 30%

==PR CONTENT #1

 

วัยรุ่นยุค 50s , 60s , 70s , ชาวโก๋หลังวังเตรียมตัวให้พร้อม พบกับความสนุก ความประทับใจ และบรรยากาศที่อบอุ่นที่จะกลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้อง พบกับคอนเสิร์ต “Sound Of The 60’s : Radio On Stage by I.S. Song Hits” โดย I.S. Song Hits หนังสือเพลงสากลชื่อดังในตำนาน จะพาทุกคนย้อนกลับสู่ “ยุคทองของเพลงสากล” พร้อมสัมผัสความสุข ความทรงจำ และความประทับใจผ่าน “การแสดงในรูปแบบที่เป็น เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน”

 

ดื่มด่ำไปกับกว่า 40 บทเพลงสากลสุดคลาสสิกจาก ยุค 50’s – 60’s – 70’s ที่ยังคงก้องอยู่ในความทรงจำ มาร่วมร้องเพลง สนุก ซาบซึ้ง และมีความสุขไปกับบทเพลงที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันโดย I.S. Song Hits ถ่ายทอดโดย 6 ศิลปินคุณภาพ นำโดย สุดา ชื่นบาน (ศิลปินแห่งชาติ Divaยุค 60s ของเมืองไทย) , ฮาร์ท สุทธิพงศ์ (นักร้องDuo ในนาม เบิดกับ ฮาร์ท มากความสามารถ ที่ร้องเพลงสากลได้อย่างยอดเยี่ยม) , ป้อม ออโต้บาห์น (ศิลปิน นักเปียโนแนว Pop Jazz ผู้มีเสียงร้องอันทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์) , ส้ม มารี (นักร้องสาววัยรุ่นชื่อดัง ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส เจ้าของเพลงดังอย่าง รางวัลปลอบใจ, ไม่ได้ก็ไม่เอา, หรือฉันคิดไปเอง) , เจี๊ยบ นนทิยา (ครูสอนร้องเพลงระดับแถวหน้าของไทย เจ้าของรางวัลนักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย) และ Tee Jetset’er (นักร้องนำวงจาก Jetseter แนวSoul Pop ชื่อดังของเมืองไทย เจ้าของเพลงดังอย่าง เธอเก่ง, ดีอย่างไร, จูบ) บรรเลงโดยวง BIG BAND สุดมันส์

 

พร้อมสัมผัสบรรยากาศการจัดรายการวิทยุของ “คุณเล็ก วงศ์สว่าง” นักจัดรายการวิทยุ ชื่อดังในตำนานสลับด้วย “สปอตโฆษณาวิทยุโบราณ” ที่หาฟังยาก ให้แฟนเพลงได้ย้อน กลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งความสุข ผ่านเรื่องราว เสียงเพลง และความทรงจำที่ไม่เคยจางหาย

 

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาเจอกันใน วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 รอบเดียวเท่านั้น!

ที่ Siam Pic Hall ชั้น 7 สยามสแควร์วัน สยามสแควร์ โรงละครกลางใจเมือง เดินทางสะดวก ประตูเปิดตั้งแต่เวลา 14.00 น. การแสดงเริ่ม 16.00 น.

 

พบกิจกรรมสนุกๆหน้างาน ได้ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป อาทิ Mini Showcase การแสดงดนตรียุค 60s – 70s โดยน้องๆชั้นประถมจากวง Newcomer Band และ วง The Fab Four Bangkok วง 4 สี่เต่าทองของเมืองไทย ที่จะมาชวนคุณมาวอร์มเสียงร้องเพลง ก่อนชมคอนเสิร์ต / ต่อด้วยการออกสเตป ”ซ้อมท่าเต้นยุค 60s” ไปด้วยกัน / ใครแต่งตัว สวยหล่อตามธีม​60s-70s ลุ้นรับรางวัลแต่งกายยอดเยี่ยมได้ในงาน และเลือกซื้อหนังสือเพลง

,Music Box และของที่ระลึกจาก I.S. Song Hits / มีจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน

 

เตรียมวอร์มเสียง ซ้อมท่าเต้น และแต่งตัวให้เข้ากับยุคมาร่วมสร้างสีสัน และความทรง จำดีๆไปด้วยกัน ชวนแก๊งเพื่อน คนรู้ใจหรือคนในครอบครัว มาร่วมย้อนวันวาน ร้องเพลงโปรด และสร้างความทรงจำดีๆ ไปด้วยกันอีกครั้ง

 

เปิดจองตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. เป็นต้นไปที่ Thai Ticket Major

 

บัตรราคา 1,800 / 2,200 / 2,800 / 3,200 / 3,600 และ 4,000 บาท

VIP BOX ราคา 5,500บาท (เพียง16ที่เท่านั้นพร้อมรับสิทธิพิเศษและของที่ระลึก)

รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิทหารผ่านศึก

 

ข้อมูลเพิ่มเติม: Facebook : I.S. Song Hits / Line Official : @issonghits /

โทร. 094-549-5793

 

 

PR CONTENT #2 เสน่ห์ของเพลงสากลยุค 60’s มากกว่าที่คุณคิด

 

หลายคนอาจเข้าใจว่าเพลงสากลยุค 60’s มีเพียง Elvis Presley หรือ The Beatles เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ยุค 60’s คือหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของวงการดนตรีโลก เป็นยุคทองที่ดนตรีหลากหลายแนวเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นต้นกำเนิดของแนวดนตรีสมัยใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Pop, Rock, Soul, Folk รวมถึงดนตรีร่วมสมัยในยุคต่อมา

เสน่ห์ของเพลงยุค 60’s ไม่ได้อยู่เพียงแค่เมโลดี้ที่ติดหู หรือเสียงดนตรีจากเครื่องดนตรีจริงที่ให้ความอบอุ่นเป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความหลากหลายของอารมณ์เพลง ตั้งแต่เพลงรักหวานซึ้ง เพลงป๊อปฟังสบาย เพลงร็อกแอนด์โรลสุดเร้าใจ ไปจนถึงบทเพลงที่สะท้อนเรื่องราวของชีวิตและสังคม จึงไม่น่าแปลกใจที่บทเพลงจากยุคนี้ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้

 

จึงเป็นที่มาของคอนเสิร์ต Sound Of The 60’s : Radio On Stage by I.S. Song Hits ครั้งนี้ หนังสือเพลงสากลที่วัยรุ่นยุค 60s ต้องมี และต้องเคยได้ยินชื่อของนักจัดรายการวิทยุในชื่อดัง เล็ก วงศ์สว่าง ความประทับใจกับน้ำเสียง และลีลาการจัดรายการที่มีเอกลักษณ์จะได้กลับมาให้คุณได้ชมอีกครั้งทั้งภาพ และเสียง พร้อมคอนเสิร์ตสุดมันส์ โดย 6 ศิลปินคุณภาพทั้งรุ่นใหญ่ และรุ่นใหม่ นำโดย สุดา ชื่นบาน, ฮาร์ท สุทธิพงศ์, ป้อม ออโต้บาห์น , ส้ม มารี, เจี๊ยบ นนทิยา และ Tee Jetset’er บรรเลงโดยวง BIG BAND ที่ไพเราะ

I.S. Song Hits ได้คัดสรรบทเพลงฮิตของศิลปินระดับตำนานที่ทุกคนคุ้นเคย หลาก- หลาย แนวดนตรีจากยุค 50s, 60s และ 70s ไม่ว่าจะเป็น Cliff Richard, Roy Orbison, Johnny Tillotson, Paul Anka, Andy Williams, Tom Jones, The Supremes, Sam Cooke, Sue Thompson, The Temptations, Mamas & The Papas, Branda Lee, Marvin Gaye, The Platers และศิลปินอีกหลายท่านที่เคยสร้างความทรงจำร่วมกันผ่านหน้าปัดวิทยุในวันวาน

 

บทเพลงสากลในความทรงจำกว่า 40 เพลง ถูกคัดสรรและเรียบเรียงดนตรีขึ้นใหม่เพื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้แฟนเพลงสากลได้ฟังกันแบบเต็มอิ่มตลอดการแสดง

กว่า 3 ชั่วโมง 30 นาที ที่คุณจะได้รับความประทับใจตลอดการแสดงอย่างแน่นอน

 

มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของยุคทองแห่งเพลงสากลที่ยังคงตราตรึงผู้ฟังทั่วโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ได้ในวันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม 2569 ที่ SAIMPIC HALL ชั้น 7 สยามสแควร์วัน ประตูเปิดบ่ายสองโมง พร้อมกิจกรรมหน้างานมากมาย พบกับการแสดงของหลานๆ วง Newcomer Band และวง The Fab Four Bangkok วงสี่เต่าทองของเมืองไทย ให้คุณได้ซ้อมร้องเพลงก่อนเข้างาน

 

เปิดจองตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. เป็นต้นไปที่ Thai Ticket Major

 

บัตรราคา 1,800 / 2,200 / 2,800 / 3,200 / 3,600 และ 4,000 บาท

VIP BOX ราคา 5,500บาท (เพียง16ที่เท่านั้นพร้อมรับสิทธิพิเศษและของที่ระลึก)

รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิทหารผ่านศึก

 

ข้อมูลเพิ่มเติม: Facebook : I.S. Song Hits / Line Official : @issonghits /

โทร. 094-549-5793

 

 

 

PR CONTENT #3

 

10 เหตุผลที่ทำให้ Sound Of The 60’s : Radio On Stage by I.S. Song Hits เป็นคอนเสิร์ตที่คุ้มเกินคำว่าคุ้ม

 

ความสุข เสียงเพลง และความทรงจำดีๆ รวมไว้ใน Sound Of The 60’s : Radio On Stage by I.S. Song Hits และนี่คือ 10 เหตุผลที่ทำให้งานนี้ เป็นคอนเสิร์ตที่แฟนเพลงสากลยุค 60’s–70’s ไม่ควรพลาด คุ้มเกินคำว่าคุ้ม!

 

1. “ความคุ้มค่า”

กว่า 40 เพลง ที่คัดสรรมาอย่างดี เต็มอิ่มตลอดการแสดงกว่า 3 ชั่วโมง

บทเพลงสากลในความทรงจำกว่า 40 เพลง ถูกคัดสรรและเรียบเรียงดนตรีขึ้นใหม่เพื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้โดยเฉพาะ ฟังกันแบบ คุ้มค่าทุกนาทีที่เข้ามาชม

 

2. “มีเอกลักษณ์”

เป็นงานที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน

งานนี้ไม่ใช่เพียงคอนเสิร์ตเพลงสากลทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานบทเพลงในความทรงจำเข้ากับการเล่าเรื่องและบรรยากาศการจัดรายการวิทยุของคุณเล็ก วงศ์สว่าง ในรูปแบบ Radio On Stage ที่ทำให้ผู้ชมได้ทั้งฟังเพลง ชมโชว์ และคอนเสิร์ตเต็มอรรถรส ย้อนวันวานไปพร้อมกัน เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างและหาชมไม่ได้จากที่ไหน นอกจากงานนี้เท่านั้น

 

 

3. “งานที่ทรงคุณค่า”

พาคุณย้อนกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง ได้พบเพื่อนร่วมยุค ร้องเพลงโปรดไปด้วยกัน

มากกว่าการฟังเพลง คือการได้ย้อนกลับไปพบกับความทรงจำ ความสุข และเรื่องราวในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของชีวิตอีกครั้ง

 

4. “คุณภาพแน่น”

รวมศิลปินคุณภาพทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ พร้อมดนตรีเรียบเรียงใหม่ที่ไพเราะ

รวมศิลปินคุณภาพ พร้อมวงดนตรี Big Band ที่ผ่านการเรียบเรียงอย่างพิถีพิถัน เพื่อถ่ายทอดทุกบทเพลงให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด

 

5. “อลังการ”

ทั้งระบบแสง สี เสียง และ Visual ตระการตา

โปรดักชันถูกออกแบบอย่างสวยงาม ทั้งภาพ แสง สี เสียง และการแสดง เพื่อพาผู้ชมย้อนกลับสู่ยุคทองของเพลงสากลอย่างสมจริงและน่าประทับใจ

 

6. “ได้เห็นทั้ง ภาพ และ เสียง” ของ DJ คนโปรดอีกครั้ง

ร่วมสัมผัสบรรยากาศการจัดรายการวิทยุของ คุณเล็ก วงศ์สว่าง ผ่าน Visual และเสียงจริงที่ พร้อมสปอตโฆษณาโบราณที่หาฟังยาก ในบรรยากาศวันวานที่หลายคนคิดถึง

 

7. “หาชมยาก”

การจัดคอนเสิร์ตย้อนยุคเพลงสากลยุค 50s – 70s

ในยุคที่คอนเสิร์ตส่วนใหญ่มุ่งสู่เพลงร่วมสมัย งานที่รวบรวมบทเพลงสากลระดับตำนาน พร้อมบรรยากาศวิทยุยุคคลาสสิกแบบครบถ้วนเช่นนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากมากในปัจจุบัน

 

8. “สถานที่ทันสมัย อยู่ใจกลางเมือง”

โรงละครสวยงามได้มาตรฐาน อยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก

พร้อมที่จอดรถรองรับ ให้คุณเดินทางมาร่วมงานได้อย่างสะดวกสบายและไร้กังวล

 

9. “กิจกรรมแน่นๆ”

สนุกได้ตั้งแต่ก่อนเข้าฮอลล์

กับ Mini Showcase จากวงรุ่นเก๋า The Fab Four Bangkok และ รุ่นหลาน Newcomer Band พร้อมกิจกรรมชอนคุณมาเต้น แต่งตัวให้แซปๆย้อนยุค ลุ้นรางวัลในงาน เลือกซื้อหนังสือ และของที่ระลึกจาก I.S. Song Hits

 

10. “ความสนุกอย่างมีระดับ”

งานที่จะพาคุณสนุก ซาบซึ้ง และประทับใจไม่รู้ลืม

ทุกบทเพลง ทุกโชว์ และทุกช่วงเวลาบนเวที จะร่วมกันสร้างความสุข รอยยิ้ม และความทรงจำแสนพิเศษ ให้คุณกลับบ้านพร้อมความอิ่มเอมใจ และความประทับใจที่ยังคงอยู่ในหัวใจไปอีกนาน

 

เปิดจองตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. เป็นต้นไปที่ Thai Ticket Major

บัตรราคา 1,800 / 2,200 / 2,800 / 3,200 / 3,600 และ 4,000 บาท

VIP BOX ราคา 5,500บาท (เพียง16ที่เท่านั้นพร้อมรับสิทธิพิเศษและของที่ระลึก)

รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิทหารผ่านศึก

 

ข้อมูลเพิ่มเติม: Facebook : I.S. Song Hits / Line Official : @issonghits /

โทร. 094-549-5793

 

 

PR CONTENT #4

 

ความพิเศษของ คอนเสิร์ต Sound of The 60s Radio on Stage ในครั้งนี้

คือเราได้อิ่มเอมกับ ความไพเราะของบทเพลงจากยุค 50s-70s ที่มีความหลากหลาย

มากขึ้น

 

สำหรับผู้ที่เคยร่วมงานคอนเสิร์ต “เพลินเพลงกับ เล็ก วงศ์สว่าง” ไม่ต้องกังวลว่าเพลงจะซ้ำ หรือ รูปแบบการแสดงจะเหมือนเดิม เพราะคอนเสิร์ต Sound Of The 60’s : Radio On Stage by I.S. Song Hits ได้รับการสร้างสรรค์ และออกแบบใหม่โดยเฉพาะ ทั้งบทเพลง องค์ประกอบของโชว์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง สนุก เข้มข้น และเต็มอิ่มยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะบทเพลงไพเราะกว่า 40 บทเพลง ตั้งแต่ยุค 50s 60s 70s ที่มีความหลายหลายทางดนตรี โดยศิลปินคุณภาพทั้งรุ่นใหญ่ และ รุ่นใหม่ มากความสามารถ พร้อมการบรรเลงโดยวง Big Band สุดมันส์ ช่วยเพิ่มมิติทางดนตรีให้บทเพลงคลาสสิกเหล่านี้มีชีวิตชีวาและไพเราะยิ่งกว่าเดิม

 

ความพิเศษที่พลาดไม่ได้ และเป็นเอกลักษณ์ของคอนเสิร์ต I.S. Song Hits คือการนำเสนอโชว์ในรูปแบบ Radio On Stage ย้อนวันวานไปกับเสียงทุ้ม นุ่มลึกของ “เล็ก วงศ์สว่าง” สัมผัสการจัดรายการวิทยุที่คุณชื่นชอบ พร้อม Spot โฆษณาวิทยุโบราณ กลับมาให้ทุกคนได้ร่วมระลึกถึงอีกครั้ง เป็นคอนเสิร์ตที่หาชมได้ยากจริงๆ คุ้มค่าคุ้มราคา ไม่ควรพลาดความสนุกด้วยประการทั้งปวง

 

วัยรุ่นยุค 60 และชาวโก๋หลังวัง ที่รักเสียงเพลงยุค 60s มารวมตัวกันได้ ในวันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม 2569 ที่ SAIMPIC HALL ชั้น 7 สยามสแควร์วัน ประตูเปิดบ่ายสองโมง พร้อมกิจกรรมหน้างานมากมาย พบกับการแสดงของหลานๆ วง Newcomer Band และวง The Fab Four Bangkok วงสี่เต่าทองของเมืองไทย ให้คุณได้ซ้อมร้องเพลงก่อนเข้างาน

 

เปิดจองตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. เป็นต้นไปที่ Thai Ticket Major

 

บัตรราคา 1,800 / 2,200 / 2,800 / 3,200 / 3,600 และ 4,000 บาท

VIP BOX ราคา 5,500บาท (เพียง16ที่เท่านั้นพร้อมรับสิทธิพิเศษและของที่ระลึก)

รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิทหารผ่านศึก

 

ข้อมูลเพิ่มเติม: Facebook : I.S. Song Hits / Line Official : @issonghits /

โทร. 094-549-5793

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

 

ศิลปินคุณภาพชื่อดัง ได้แก่

 

1. สุดา ชื่นบาน (ศิลปินแห่งชาติ Divaยุค 60s ของเมืองไทย)

2. ฮาร์ท สุทธิพงศ์ (นักร้องDuo ในนาม เบิดกับ ฮาร์ท มากความสามารถ ที่ร้องเพลงสากลได้อย่างยอดเยี่ยม)

3. ป้อม ออโต้บาห์น (ศิลปิน นักเปียโนแนว Pop Jazz ผู้มีเสียงร้องอันทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์)

4. ส้ม มารี (นักร้องสาววัยรุ่นชื่อดัง ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส เจ้าของเพลงดังอย่าง รางวัลปลอบใจ, ไม่ได้ก็ไม่เอา, หรือฉันคิดไปเอง)

5. เจี๊ยบ นนทิยา (ครูสอนร้องเพลงระดับแถวหน้าของไทย เจ้าของรางวัลนักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย)

6. Tee Jetset’er (นักร้องนำวงจาก Jetseter แนวSoul Pop ชื่อดังของเมืองไทย เจ้าของเพลงดังอย่าง เธอเก่ง, ดีอย่างไร, จูบ)

 

ลักษณะของการแสดง

• การแสดงบนเวทีจาก 6 ศิลปินคุณภาพ ทั้งศิลปินรุ่นใหญ่และศิลปินรุ่นใหม่ และแขกรับเชิญ ถ่ายทอดบทเพลงสากลสุดคลาสสิกและหาฟังยากจากยุค 50’s – 60’s – 70’s มากกว่า 40 บทเพลง พร้อมการบรรเลงสดโดยวง Big Band พร้อมระบบแสง สี เสียง และ Visual ประกอบการแสดง เต็มรูปแบบ

 

• ถ่ายทอดบรรยากาศการจัดรายการวิทยุในตำนานผ่านเสียงของ “เล็ก วงศ์สว่าง” พาย้อนกลับสู่ยุคทองของเพลงสากลพร้อมสอดแทรก Spot โฆษณาวิทยุโบราณหาฟังยาก เสมือนได้กลับไปนั่งฟังรายการวิทยุในวันวานอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Radio On Stage” อันเป็นเอกลักษณ์ของ I.S. Song Hits

 

• แสดงเนื้อเพลงบนจอยักษ์ตลอดการแสดง เพื่อให้แฟนเพลงสามารถร้องตามและมีส่วนร่วมไปกับทุกบทเพลงได้อย่างเต็มที่

• การแสดง 3 ชั่วโมงเต็ม (มีพักเบรก 20 นาที)

 

กิจกรรมภายในงาน เปิดต้อนรับแฟนเพลงตั้งแต่เวลา14.00น.เป็นต้นไป

การแสดงดนตรีสด Mini Showcase เพลงจากวง Newcomer น้องๆชั้นประถมฝีมือดี วง และวง The Fab Four Bangkok วง 4 สี่เต่าทองของเมืองไทย

ชวนคุณซ้อมออกสเตป ซ้อมท่าเต้นก่อนเข้างาน 60s

ประกวดการแต่งกายชิงรางวัล

เลือกซื้อหนังสือเพลง, Music Box และของที่ระลึกจาก I.S. Song Hits

มีอาหาร และเครื่องดื่มจำหน่ายในงาน

 

วันเวลา และสถานที่จัดงาน

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. การแสดงเพียงรอบเดียวเท่านั้น

ณโรงละครสยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน, สยามสแควร์ โรงละครมาตรฐานระดับสากลใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางสะดวก

การเดินทาง

สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS (ลงสถานีสยาม โดยใช้ทางออก 4)

รถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถได้ที่อาคารสยามสแควร์วัน โดยมีพื้นที่จอดรถรองรับภายในอาคาร รวมทั้งอาคารใกล้เคียง

ผู้ร่วมงานสามารถใช้บริการที่จอดรถของอาคารได้ตามปกติ ตามอัตราที่อาคารกำหนด

 

 

เผย 10 เพลง ที่จะเล่นในงาน ซ้อมร้องเพลงไว้เพื่อไปร่วมร้องเพลงด้วยกันในงาน

 

The Young Ones (Cliff Richard)

Oh Pretty Woman (Roy Orbison)

Why Do I Love You So (Johnny Tillotson)

Reflection of My Life (Marmalade)

Put You Head On My Shoulder (Paul Anka)

Be My Baby (The Ronettes)

The Locomotion (Little Eva)

Sha La La La (The Wynners)

The Great Pretender (The Platers)

Twist & Shout (The Beatles)

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

• acebook : I.S. Song Hits

• Line Official : @issonghits

• โทร : 094-549-5793

 

ข้อมูลเพิ่มเติม Facebook : I.S. Song Hits / Line Official : @issonghits /

โทร. 094-549-5793

 

Related Posts

PAT