วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า วันนี้ (25 ส.ค. 69) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ โดยเป็นการปรับปรุงกฎหมายเดิมที่ใช้บังคับมาตั้งแต่ปี 2550 ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน มีบทบัญญัติไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน ขาดความชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว รวมทั้งความไม่ชัดเจนสำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้การคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว มีประสิทธิภาพ มีกลไก และมีมาตรการในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยมีสาระสำคัญหลัก ดังนี้ 1) กำหนดให้การกระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็นความผิดที่ไม่สามารถยอมความได้เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล 2) แก้ไขบทนิยาม “ความรุนแรงในครอบครัว” “บุคคลในครอบครัว” ให้มีความชัดเจน เพื่อให้การดำเนินมาตรการคุ้มครองช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 3) กำหนดมาตรการคุ้มครองก่อนเกิดเหตุ เพื่อให้ผู้จะถูกกระทำได้รับความปลอดภัยและระงับการเกิดเหตุความรุนแรงได้ 4) กำหนดบทลงโทษที่หนักขึ้น เพื่อเป็นส่วนช่วยลดหรือระงับยับยั้งมิให้เกิดการกระทำความผิดหรือกระทำผิดซ้ำ 5) กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตั้งงบประมาณสนับสนุนการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อให้การคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำ และการดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ 6) กำหนดเหตุบรรเทาโทษกรณีผู้กระทำผิดเป็นผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวมาอย่างต่อเนื่องจนเกิดภาวะพิเศษทางจิตใจ (Battered Person Syndrome) อันควรได้รับความปรานี ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญ คือ “คุ้มครองผู้ถูกกระทำ ป้องกันความรุนแรง ลดการเกิดเหตุซ้ำ และสร้างระบบช่วยเหลือที่รวดเร็วและเป็นธรรม” เพื่อให้ครอบครัวและสังคมไทยมีความปลอดภัยและเข้มแข็งยิ่งขึ้น
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะรัฐมนตรีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าร่างพระราชบัญญัตินี้ จะได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร เพื่อสร้างมาตรการ กลไก และกระบวนงานที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบันอันจะส่งผลให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถยับยั้งและลดปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการทอดทิ้งเด็ก คนพิการ หรือผู้สูงอายุซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาทางสังคมด้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย

